Skip to content

ปรับเปลี่ยนทัศนคติซะใหม่เรื่อง ม.รัฐบาล-ม.เอกชน

สมัยก่อนการสอบเข้าเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาอย่างมหาวิทยาลัยเรามักจะได้ยินผู้ปกครองบอกว่า “อยากให้ลูกสอบเอนทรานซ์ติดมหาวิทยาลัยของรัฐ เพราะถ้าสอบไม่ติดต้องไปเรียนมหาวิทยาลัยเอกชน” ประมาณว่า ม.รัฐ ดีกว่า ม.เอกชนนั่นเอง

ผมไม่ได้จะเหมารวมว่าคนที่จบจาก ม.รัฐ มีความสามารถมากกว่า ม.เอกชน ทั้งหมดแต่ก็ต้องยอมรับว่าสมัยก่อนคนที่สอบเข้า ม.รัฐได้ก็ต้องเก่งกาจระดับนึง ถึงผ่านด่านคนอีกหลายร้อยหลายพันคนเข้ามาเรียนได้ ส่วนที่ผิดหวังก็รอสอบใหม่หรือเสียเงินเรียน ม.เอกชนที่ค่าใช้จ่ายสูงกว่ามาก

แต่เมื่อเวลาผ่านไปการพัฒนาของ ม.เอกชนเดี๋ยวนี้ก็เท่า ม.รัฐแล้วบางคณะที่เปิดสอนอาจดีกว่า ม.รัฐ ด้วยซ้ำไป แต่ความเป็น ม.เอกชนค่าใช้จ่ายก็ยังสูงอยู่แต่ด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงนี่เองทำให้มหาวิทยาลัยมีความสามารถจัดหาอุปกรณ์และสื่อส่งเสริมการเรียนรู้อื่นๆ ที่ดีมาให้นักศึกษาได้ใช้ประกอบการเรียน หาอาจารย์ดีๆ พัฒนาหลักสูตรการเรียนให้ดีขึ้น ทำให้ ม.เอกชนไม่ใช่ตัวเผื่อเลือกอีกต่อไป บางคณะของ ม.เอกชนคนที่ทางบ้านมีกำลังทรัพย์ก็ตั้งใจเลือกเรียนเป็นตัวเลือกแรกซะด้วยซ้ำ

ส่วนตัวผมมีโอกาสคลุกคลีกับ นักศึกษาทั้งม.รัฐและม.เอกชน พบว่า ม.เอกชนบางแห่งนักศึกษามีโอกาสกว่าม.รัฐเยอะมาก เช่น โอกาสไปศึกษาดูงานต่างประเทศ, การเรียนรู้ภาษาที่ 3 เช่นญี่ปุ่น จีนและสิ่งที่พบอีกอย่างคือภาษาอังกฤษค่อนข้างดี

สิ่งที่ผมเห็นก็เป็นการพิสูจน์อย่างนึงว่าความเชื่อเก่าๆ ด้านการศึกษาก็เริ่มใช่ไม่ได้แล้ว ผมไม่ปฏิเสธว่าการเลือกมหาวิทยาลัยเรียนไม่มีผลกับการเรียนรู้ แต่นั่นก็ไม่ได้การันตีอะไรว่าคุณจะเก่งกว่าคนที่เรียน ม. ที่มีชื่อเสียงด้อยกว่า สำคัญอยู่ที่ตัวเราเองจะเพิ่มมูลค่าให้ตัวเองได้แค่ไหนครับ

Be First to Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.