Skip to content

การรับมือกับ Gen Y สายโปรแกรมเมอร์

หมายเหตุ: ไม่ได้จะเหมารวมว่า Gen Y ทั้งหมดต้องเป็นแบบนี้หรอกนะครับ ใช้จักรยานในการอ่านแล้วกัน โตๆ กันแล้วเนอะ

จั่วหัวเหมือนมุมผู้ว่าจ้าง แต่ผมตั้งใจจะเขียนเรื่องราวของผมเองครับว่าธรรมชาติของคน Gen Y ในงานสายนี้มันเป็นยังไงกันแน่ เพราะผมเองก็เป็นคน Gen Y เหมือนกัน ใครเป็นคนแบ่งผมไม่รู้หรอก อ้างอิงจากงานวิจัยหรือเปล่าก็ไม่เคยเห็นแต่ถึงกับมีแบ่งช่วง พ.ศ. ปีเกิดเป็นจริงเป็นจังกันเลยนะว่า Gen ไหนเกิดช่วงไหนเป็นถึงขนาดนั้นเลย

ผมเองวันดีคืนดีก็เห็นคนพูดถึงคน Gen Y เยอะแยะว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ก็เลยได้อ่านบทความเกี่ยวกับนิสัยของคน Gen นี้ซึ่งที่ถูกพูดกันเยอะเป็นเพราะคน Gen Y นี้โตและเข้าสู่วัยทำงานซึ่งเป็นวัยที่เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจและประเทศ แต่ด้วยความที่เจ้านายหรือหัวหน้าเป็นคน Gen ก่อนหน้าเลยมักจะมีความเห็นไม่ลงรอยกันเพราะความต่างของอายุนั่นเอง

ในฐานนะที่ผมอยู่ๆ ก็ดันรู้ได้รู้ว่า “เฮ้ย! นี่กูก็คน Gen Y ที่เขาพูดถึงเหรอวะ” เลยอยากเล่าถึงคน Gen Y สายโปรแกรมเมอร์ให้รู้กันเสียหน่อยว่าจริงๆ แล้วเขาเหล่านั้นเป็นคนยังไง

โปรแกรมเมอร์ Gen Yส่วนมากเป็นมนุษย์ค้างคาว

ผมว่าเกิน 80% ของประชากรโปรแกรมเมอร์นะที่ชอบทำงานกลางคืน อารมณ์มันจะมาซักประมาณ 5 ทุ่มและยิงยาวถึงเกือบเช้า เพราะนี้จะเป็นเวลาที่เงียบที่สุด มีสมาธิในการทำงานที่สุด 8 ชั่วโมงในเวลาทำงานปกติบางที productivity ไม่เท่า 4 ชั่วโมงหลังเที่ยงคืนด้วยซ้ำ

เพราะอะไรน่ะเหรอครับ? ลองคิดถึงออฟฟิศในเวลากลางวันที่คนละคนเดินกันขวักไขว่ เสียงโทรศัพท์ที่คนอื่นไม่อยากรับดังรบกวน แล้วอย่างนี้จะมีสมาธิทำงานได้ยังไงจริงไหมครับ

โปรแกรมเมอร์ Gen Y ชอบเลือกช่วงเวลาทำงานได้เอง

แม้เงื่อนไขการทำงานแบบนี้จะมีอยู่ไม่มาก แต่ก็เป็นสิ่งที่โปรแกรมเมอร์ Gen Y ใฝ่ฝันถึงมากที่สุดเพราะด้วยความที่เป็นมนุษย์ค้างคาวจึงนอนดึกตื่นสาย เลยชอบมากหากได้เลือกเวลาทำงานเอง ให้อยู่ดึกอยู่ได้ แต่ให้ตื่นเช้ากูไม่สู้ อะไรทำนองนั้น

แต่ก็อย่างว่าหละครับเวลาทำงานของคนทั่วไปคือเวลากลางวันถ้าเลือกเวลาเข้างานเป็นตอนเย็นถึงดึกจะทำงานกับใครได้จริงไหม ฉะนั้นเรื่องนี้ก็แล้วแต่นโยบายของแต่ละที่แล้วก็ความโชคดีของโปรแกรมเมอร์แล้วกันครับ อาจจะกำหนดซักหนึ่งวันในอาทิตย์นั้นให้โปรแกรมเมอร์แต่ละคนเลือกเวลาเข้างานได้แค่นี้ก็ฟินแล้วครับ

โปรแกรมเมอร์ Gen Y ไม่ได้เป็นคนโลกส่วนตัวสูงขนาดนั้น

ภาพของโปรแกรมเมอร์ส่วนมากคือมักจะนั่งนิ่งใส่หูฟัง ไม่สนใจใคร ไม่สนใจโลกภายนอก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นคนโลกส่วนตัวสูงขนาดนั้นครับ แต่ที่ทำแบบนั้นอาจจะเป็นเพราะตอนนั้นกำลังใช้สมาธิในการทำงานอยู่ การใช้สมองคิดลอจิกในการเขียนโปรแกรมนี่เป็นอะไรที่เปราะบางมากนะครับ ถ้ามีสิ่งรบกวนนิดเดียวนี่พังง่ายๆ เลยกว่าจะคิด กว่าจะสร้างขึ้นมาใหม่ได้ ฉะนั้นอย่าแหย่โปรแกรมเมอร์ตอนทำงานครับ เขาอาจจะไม่เหวี่ยงคุณตรงๆ แต่อาจจะด่าในใจเพราะคุณเพิ่งพังอัลกอริทึมในหัวของเขา

ถ้าต้องการติดต่อเขาเรียกไปคุยจริงๆ ลองใช้ text ใช้ message หรือแชทคุยจะสะดวกกว่า

โปรแกรมเมอร์ Gen Y ชอบลองอะไรใหม่ๆ

อย่างภาษาโปรแกรมหรือ solution ใหม่ๆ ในการทำงาน ในการแก้ปัญหาอะไรที่ว่าดี โปรแกรมเมอร์ Gen Y มักจะชอบลองทำ ลองนั่นลองนี่อยู่เสมอ (สมาธิสั้น) ด้วยนิสัยแบบนี้บางทีมักจะงัดข้อกับรุ่นพี่หรือคนที่ทำงานประจำ ฉะนั้นก็ลองให้อิสระเขาหน่อย ให้เขาไปลอง ถ้าสำเร็จก็ดีไป ถ้าล้มเหลวเขาก็จะรู้เองว่าไม่เวิร์ก การไปล้มเหลวของเขาปิดปากเขาได้ดีกว่าการห้ามปรามอีกบอกเลยครับ ฉะนั้นปล่อยมันไปทำครับแล้วให้รับผิดชอบเอง (ในส่วนที่รับผิดชอบได้นะ)

ถ้าจะด่า ด่าได้ แต่ต้องมีเหตุผลไปด่านะ

โปรแกรมเมอร์ Gen Y ไม่ชอบให้บังคับ

คงไม่ใช่เฉพาะโปรแกรมเมอร์ Gen Y หรอกมั้งใครๆ ก็ชอบอิสระในการทำงานทั้งนั้น แต่คน Gen นี้จะมีความต่อต้านค่อนข้างมากถ้าถูกบังคับให้ทำ เมื่อถูกบังคับให้ทำสิ่งใดไม่เพียงแค่อยู่เฉยๆ ทำเป็นหูทวนลมบางทีก็ทำสิ่งตรงกันข้ามด้วย

การจัดการกับโปรแกมเมอร์ Gen Y ที่เป็นแบบนี้คือพยายาม motivate เขาครับคนพวกนี้จะไปแตกดอกออกผลความคิดของเขาเอง บางทีอาจจะได้ผลมากกว่าที่เราบอกให้เขาทำซะอีก มันยากกว่าการบังคับก็จริงแต่ยั่งยืนและได้ผลดีกว่ามาก

แต่… ถ้าจะบังคับให้ทำงานก็พูดดีๆ ในเชิงขอความร่วมมือเขาจะรู้สึกว่าไม่ใช่คำสั่ง เป็นหน้าที่ เป็นความไว้ใจที่ได้รับมอบหมายเท่านี้ก็ทำงานหามรุ่งหามค่ำแล้ว

โปรแกรมเมอร์ Gen Y บางครั้งเห็นความภูมิใจสำคัญกว่าเงิน

มันก็ไม่ได้เป็นกันทุกคนหรอกครับ แต่การได้รับการยอมรับและไว้ใจจากเพื่อนร่วมงาน งานที่ทำมีคนเอาไปใช้งานจริงๆ การถูกโปรโมตเมื่องานที่ทำสำเร็จหรือแม้การได้รับคำชมเล็กน้อยจากการทำงาน ก็ถือเป็นความภูมิใจอย่างหนึ่งของโปรแกรมเมอร์ Gen Y  บางคนยอมทำงานได้เงินเดือนน้อยเพราะภูมิใจที่ทำงานแล้วเป็นประโยชน์กับคนส่วนมาก ซึ่งนิสัยนี้มักเป็นกับโปรแกรมเมอร์ Gen Y ที่เพิ่งทำงาน ถ้าจับจุดนี้ได้ก็จะทำงานด้วยกันได้ง่ายขึ้นครับ

โปรแกรมเมอร์ Gen Y เมื่อถึงคราวจะไปบางทีก็รั้งไม่อยู่

อย่างที่เขาว่าแหละครับ ลักษณะของคนวัยนี้ที่เขาบ่นๆ กันคือทำงานไม่ทน ทนทำงานได้ไม่นาน ไม่ค่อยทำกับความลำบากและสมาธิสั้น นั่นเป็นเพราะเขามีความฝันในใจของเขาตั้งแต่เข้าทำงานแล้วครับ ส่วนมากอยากเป็นเจ้าของกิจการ อยากเป็นนายตัวเอง อยากมีเงินเยอะๆ เมื่อมีทางเลือกที่ดีกว่าก็ยากที่จะรั้งไว้ และที่สำคัญโปรแกรมเมอร์ Gen Y ชอบความอิสระ บางคนออกไปรับเฉพาะงานฟรีแลนซ์เลยก็มีเพราะเขาเลือกเวลาทำงานและเลือกงานเองได้

อย่าลืมว่าทั้งหมดทั้งปวงที่เขียนมานี้่ไม่ได้ให้เอาไปเป็นข้ออ้างของความขี้เกียจนะครับ ถ้าอยากให้คนอื่นที่ร่วมงานกับเราเข้าใจเราก็ต้องพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าถึงเราจะมีพฤติกรรมแบบนี้แต่งานก็คืองาน ต้องเสร็จ ต้องเรียบร้อย ต้องเนี๊ยบ ต้องดีเท่าเดิมและดีกว่าเดิม รับผิดชอบส่วนของตัวเองให้เต็มที่ซึ่งช่วงเวลาพิสูจน์ตัวเองนี่แหละครับที่ยากที่สุด ถ้าทำได้จะ Gen ไหนก็ไม่มีใครว่าเราได้แล้วครับ

Be First to Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.